^ TOP BACK

ADD LINE @korattheatre

เพิ่มเพื่อน

Login Form

Vinaora Visitors Counter

0072083
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
116
87
203
71227
2003
4807
72083

Your IP: 54.145.124.143
Server Time: 2017-11-20 14:52:41

Articles

หน้า14 กำเนิดพระมงกฏ พระลบ

8. กำเนิดพระมงกฏ พระลบ

          หลังทศกัณฐ์ตาย พิเภกได้เชิญพระรามเข้าประทับยังกรุงลงกาได้อภิเษกภิเภกขึ้นครอง โดยให้นามว่า    ทศคีรีวงศ์ และได้ประทานนางมณโฑ ให้เป็นมเหสีฝ่ายซ้าย โดยที่ไม่รู้ว่านางมีครรภ์ติดมานางตรีชาดาเป็นมเหสีฝ่ายขวา นางสีดาได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองให้ทุกคนได้รู้ว่าระหว่างที่อยู่กรุงลงกามิได้มีสิ่งใดที่ทำให้มัวหมองโดยการลุยไฟ หลังจากนั้นพระรามได้ยกทัพกลับกรุงอยุทธยา และครบกำหนดการเดินทางสิบสี่ปีพอดี ได้ประทานความดีความชอบและปูนบำเหน็จให้กับเหล่าทหารกล้า โดยให้หนุมานเป็นพระยาอนุชิต  จักรกฤษพิพรรธพงศา และแบ่งกรุงอยุทธยาให้ครองครึ่งหนึ่ง ให้สุครีพเป็น พระยาไวยวงศามหาสุรเดช ครองกรุงขีดขินกับนางดาราวดี

          ฝ่ายหนุมานเมื่อได้ครองกรุงอยุทธยาและขึ้นนั่งบัลลังก์แล้วรู้สึกร้อนรุ่มกายจึงขอคืนพระรามจึงได้แผลงศรไปสร้างเมืองให้ใหม่ ชื่อว่า นพบุรี วันหนึ่งพระยาอนุชิต (หนุมาน) ได้เข้าไปเที่ยวเล่นในอุทยานเห็นพรรณไม้ดอกไม้ผลขึ้นอยู่ดารดาษจึงคิดไปปีนป่ายเล่น ได้ถอดมงกุฎฝากนางกำนัลไว้ ขณะที่เก็บมะม่วงและโยนลงมาข้างล่าง ยางมะม่วงได้หยดลงมาถูกศีรษะ พระยาอนุชิตได้เอามือเช็ดแต่ไม่ถนัด จึงได้ยกเท้าขึ้นช่วย บรรดานางกำนัลเห็นต่างก็พากันหัวเราะและแอบกระซิบให้กันดู พระยาอนุชิตเห็นก็รู้สึกอาย เพราะเป็นการผิดวิสัยที่กษัตริย์จะทำเช่นนั้น จึงได้เข้าเฝ้าพระรามเพื่อขอลาบวช พระรามได้ปรึกษากับพระฤษีทิศไพ พระฤษีตอบว่ามีแต่มนุษย์เท่านั้นที่จะบวชได้ พระยาอนุชิตจึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์แล้วบวช บำเพ็ญพรตอยู่ที่เขามณฑป ใกล้กับอาศรมของพระฤษีทิศไพที่เขามรกต

          ต่อมากรุงลงกาเกิดกบถ เพราะไพนาสุริยวงศ์ ลูกสุดท้ายกับนางมณโฑและทศกัณฐ์ ได้ร่วมมือกับวรณีสูรพี่เลี้ยง และท้าวจักรวรรดิ เจ้ากรุงมลิวัน สหายรักของทศกัณฐ์ ใสขีลพิเภกจำตรุไว้ และตั้งให้ไพนาสุริยวงศ์ขึ้นครองแทน นามว่า ทศพิน อสุรผัด บุตรของพระยาอนุชิตที่เกิดกับนางเบญกายรู้รีบมาแจ้งข่าวพระยาอนุชิตรีบลาบรรพชิต ได้ทูลเรื่องทั้งหมดให้พระราม พระรามได้ส่งพระพรต พระสัตรุดและเหล่าเสนาวานรมาปราบ ได้จับไพนาสุริยวงศ์ประหารชีวิตพร้อมพี่เลี้ยง

          กล่าวถึงนางอดูรปีศาจ ซึ่งเป็นลูกของชิวหากับนางสำมนักขา มีความเจ็บแค้นที่พระรามได้สังหารโคตรวงศ์ยักษ์ของตนล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงคิดแก้แค้นโดยการแปลงกายเป็นนางกำนัลเข้ามารับใช้กับนางสีดา เมื่อได้ใกล้ชิดก็ชวนพูดคุยถึงเรื่องระหว่างที่นางสีดาอยู่กรุงลงกา เมื่อได้โอกาสเหมาะก็หลอกให้นางสีดาเขียนรูปทศกัณฐ์ แล้วเข้าไปสิงในภาพนั้น นางสีดาจะลบอย่างไรก็ลบไม่ออก เมื่อพระรามกลับจากประพาสป่านางสีดาจึงรีบนำภาพนั้นเข้าไปซ่อนไว้ใต้แท่นบรรทม เมื่อพระรามเข้าที่ประทับก็รู้สึกร้อนรุ่มกายจนทนไม่ไหว จึงลุกขึ้นตวาดพวกนางกำนัลแล้วคว้าพระขรรค์เข้าไล่แทง นางสีดาตกใจรีบบอกพระลักษณ์ พระลักษณ์เข้ามาทูลถามเมื่อรู้เรื่องจึงได้บอกให้ช่วยกันค้นหาสาเหตุ จนกระทั่งค้นพบรูปทศกัณฐ์ใต้แท่นที่บรรทมจึงได้ถวายพระราม พระรามกริ้วสั่งให้ถามหาผู้ที่บังอาจวาดรูปทศกัณฐ์ นางสีดาได้ยอมรับและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง พระรามไม่เชื่อหาว่านางยังมีใจผูกพันอยู่กับพญายักษ์ จึงได้ด่าว่านางสีดาไปด้วยความโกรธ...

                   เหม่เหม่ดูดู๋อีทรลักษณ์                        ชั่วช้าอัปลักษณ์หยาบใหญ่

                   เสียแรงกูรักดังดวงใจ                          ควรฤาเป็นได้ถึงเพียงนี้

                   ลอบเขียนรูปชู้ไว้ชมเล่น                       ครั้นเห็นซัดใส่เอาทาสี

                   อนิจจาไม่รู้ว่ากากี                             เสียทีไปตามเอามึงมา

                   ทำศึกปิ้มปางตัวตาย                          กลับเป็นแสนร้ายสองหน้า

                   แม้นแจ้งว่ารักอสุรา                           กูจะรับมึงมาด้วยอันใด

          แล้วสั่งให้พระลักษณ์นำนางไปประหารชีวิตที่ป่ากาลวาต แต่พระลักษณ์ไม่อาจฆ่านางได้เพราะรู้ว่านางกำลังตั้งครรภ์ ก่อนจากระลักษณ์ยังได้แสดงความห่วงใยนางสีดาว่า

                   สงสารแต่องค์พระพี่                           จะจรลีผู้เดียวในกลางป่า

                   กรำฝนทนแดดเวทนา                         อนาถาลำบากด้วยกันดาร

                   จะผินพักตร์ไปพึ่งผู้ใด                         อาศัยอยู่กินเป็นถิ่นฐาน

                   จะลำบากยาใจทรมาน                       สงสารเป็นพันพันทวี ฯ

          พระอินทร์เมื่อรู้ข่าวรีบแปลงกายเป็นมหิงสา (ควาย) มาพานางไปสู่อาศรมของพระฤษีวัชมฤค เมื่อพระฤษีได้พบนางสีดาและทราบเรื่องทั้งหมดจึงได้เนรมิตศาลาให้นางพักอาศัยอยู่ใกล้ๆ นางสีดามาอาศัยอยู่ไม่นานก็ประสูติโอรส ต่อมานางสีดามีธุระจะไปที่ท่าน้ำจึงได้นำโอรสมาฝากพระฤษีไว้ พระฤษีรับปากแล้วก็นั่งหลับตาบำเพ็ญศีลต่อไป เมื่อนางสีดาเดินทางไปที่ท่าน้ำได้พบกับฝูงวานรเอาลูกเกาะหลังแล้วกระโดดห้อยโหนไปมานางสีดาเกรงว่าจะได้รับอันตรายจึงได้ร้องบอก แต่ฝูงวานรกลับพูดย้อนกลับมาว่านางสีดานั่นแหละที่ปล่อยให้ลูกอยู่กับพระฤษีที่กำลังเข้าฌาณน่าจะได้รับอันตรายมากกว่า นางสีดาได้ยินก็รู้สึกเป็นห่วงโอรสจึงได้เดินกลับมาแอบอุ้มเอาไป ครั้นพระฤษีลืมตามขึ้นมาอีกครั้งมองไม่เห็นกุมารน้อยก็ตกใจ ลุกขึ้นออกเที่ยวตระเวนหาไปทั่วบริเวณก็ไม่พบ เกรงว่าเมื่อนางสีดากลับมาไม่พบเข้าจะเสียใจ จึงรีบแก้ไขปัญหาด้วยปรีชาไว รีบหยิบกระดานมาเขียนรูปกุมารน้อยและเตรียมจะทำพิธีชุบในกะลาไฟ ฝ่ายนางสีดาเมื่อทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พาลูกน้อยกลับมา พระฤษีเหลือบไปเห็นนางอุ้มกุมารน้อยอยู่ก็ต่อว่า แอบมาอุ้มไปโดยไม่บอกกล่าว เมื่อยู่ดีทั้งแม่และลูกก็ดีแล้วจะได้เลิกพิธีชุบกุมาร แต่นางสีดาห้ามไว้ขอให้ทำพิธีต่อไปเพื่อลูกน้อยจะได้มีเพื่อนล่นในป่าแห่งนี้ พระฤษีตามใจจึงได้ทำพิธีต่อไปจนเสร็จแล้วอุ้มมาส่งให้กับนาง นางสีดาดีใจรีบรับไว้และขอให้พระฤษีช่วยตั้งชื่อลูกรักทั้งสอง พระฤษีไม่ขัดจึงได้ตั้งให้...

                   เลือกหาที่เป็นศรีสวัสดิ์                        โดยนามกษัตริย์มหาศาล

                   ได้ทั้งอายุบริวาร                              เปล่าปลอดจากกาลกิณี

                   จึ่งว่าลูกนางในอุทร                           นามกรมงกุฎเป็นพี่

                   อันรูปซึ่งชุบในอัคคี                            มีนามชื่อลบอนุชา ฯ

          ครั้นสองกุมารเจริญวัยอายุได้สิบปี จึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับพระฤษีวัชมฤค ได้เล่าเรียนวิชาคาถาอาคมและศรศิลป์ จนมีความรู้และเชี่ยวชาญ พระฤษีจึงได้ทำพิธีชุบศรให้คนละเล่มก็ถือว่าเป็นอันสำเร็จการศึกษา ต่อมาสองกุมารขออนุญาตมารดาไปเที่ยวป่า พระมงกุฎจึงได้ประลองศรยิงต้นรังใหญ่ขนาดแสนอ้อม โค่นลงเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งไตรภาพ พระรามได้ยินจึงได้ทำพิธีปล่อยม้าอุปการมาสืบข่าวหาผู้ที่บังอาจประลองฤทธิ์ และให้พระพรต พระสัตรุด หนุมานตามมาด้วย เมื่อพระหนุมานตามมาเห็นพระมงกุฎกำลังจับม้าขี่มีพระลบเดินตาม ก็ตรงเข้าไปจับตัวหมายจะมาถวายพระราม แต่ถูกหวดด้วยศรสลบไปถึงสองครั้ง และถูกจับมัดมือด้วยเถาวัลย์ แล้วสาว่าอย่าให้ใครแก้ได้นอกจากผู้เป็นนายเท่านั้น พระรามรู้รีบส่งคนมาจับตัวสองกุมาร แต่จับได้เพียงพระมงกุฎ ส่วนพระลบหนีรอดไปได้ พระรามจับพระมงกุฎมัดและพาแห่ประจานไปทั่วเมืองสั่งให้ใส่เครื่องพันธนาการไว้ครบสามวันเตรียมจะประหาร พระลบรีบเดินทางกลับไปบอกมารดา นางสีดาได้ถอดแหวนออกสั่งให้พระรีบรีบนำมาให้พระมงกุฎสวม พระลบได้แอบถอดแหวนใส่หม้อน้ำที่นางรำภานางอัปสรที่พระอินทร์ได้สั่งให้มาช่วยกำลังจะนำน้ำไปให้พระมงกุฎดื่ม พระมงกุฎเมื่อดื่มน้ำมองเห็นแหวนของมารดาก็รีบนำมาสวมเมื่อหลุดจากเครื่องพันธนาการแล้วก็รีบหนีกลับมา พระรามรู้ได้ตามมาจนถึงอาศรม ถามไถ่จนรู้ว่าเป็นพ่อลูกกันจึงได้เข้าไปอ้อนวอนขอโทษนางสีดาเพื่อให้ยกโทษให้และให้กลับไปที่กรุงอยุทธยาด้วยกัน แต่นางสีดาไม่ยอม แม้พระฤษีวัชมฤคและโอรสทั้งสองจะพูดอ้อนวอนอย่งไรก็ไม่เป็นผล ในที่สุดพระรามจึงได้ขอพาพระมงกุฎและพระลบไปอยู่ในเมืองด้วย

          อีกไม่นานพระรามแกล้งทำว่าสิ้นพระชนม์ นางสีดารู้ตกใจและเสียใจยิ่งนักได้รีบเข้ามาร้องไห้คร่ำครวญที่ข้างพระโกศ พระรามแอบอยู่มองเห็นจึงได้รีบออกมาพบนาง นางสีดาเมื่อรู้ว่าเป็นแผนลวงก็โกรธออกวิ่งหนีไป พระรามไล่ตามจับ ในที่สุดนางจึงได้อธิษฐานให้แผ่นดินแยกแล้วลงไปขออาศัยอยู่กับท้าววิรุณนาค กรุงบาดาล พระรามสั่งให้หนุมานตามไปเมื่อพบจึงได้ฝากนางไว้กับท้าววิรุณนาค

 

 

Page >>1 >>2 >>3 >>4 >>5 >>6 >>7 >>8 >>9 >>10 >>11 >>12 >>13 >>14 >>15