^ TOP BACK

ADD LINE @korattheatre

เพิ่มเพื่อน

Login Form

Vinaora Visitors Counter

0064197
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
135
140
555
62528
2778
3870
64197

Your IP: 54.162.10.211
Server Time: 2017-09-21 22:48:18

Articles

หน้า7 กำเนิดพาลี สุครีพ และ หนุมาน

2.กำเนิดพาลี สุครีพ และ หนุมาน

          กล่าวถึงฤษีตนหนึ่งชื่อ โคดม เดิมเป็นกษัตริย์ ครอง กรุงสาเกด ไม่มีโอรส ธิดาเกิดความเบื่อหน่ายในราชสมบัติ จึงออกบวชบำเพ็ญพรภาวนาอยู่นานถึง สองพันปี จนหนวดยาวดั่งหญ้ารกมีนกกระจาบป่าสองผัวเมียมาทำรัง ต่อมานางนกตัวเมียตกไข่ นกตัวผู้จึงได้บินออกไปหาอาหารได้สั่งให้นกตัวเมียอยู่ดูแลลูกอยู่ในรัง นกตัวผู้ได้ออกไปหาอาหารจนถึงป่าหิมพานต์ ได้พบดอกบัวบานอยู่ในสระใหญ่ ก็บินลงไปจิกกินเป็นอาหารอย่างเพลิดเพลินจนกระทั่งเย็น ดอกบัวได้หุบกลีบ จึงได้ติดติดอยู่ทั้งคืน รุ่งเช้าได้รีบบินกลับรัง นางนกตัวเมียไม่เห็นผัวกลับมาตลอดทั้งคืนก็โกรธ เมื่อพบก็ต่อว่าไปคบชู้สู่สมกับนางนกตัวอื่น นกตัวผู้จะชี้แจงอย่างไรก็ไม่ยอมเชื่อ จนในที่สุดนกตัวผู้จึงได้สาบานว่า หากนอกใจเมียจริงก็ขอให้บาปทั้งหมดของพระฤษีโคดมทั้งหมดตกมาอยู่กับตน พระฤษีนั่งฟังอยู่นาน ได้ยินเสียงนกตัวผู้พูดเช่นนั้นก็นึกเอะใจว่า ตนบำเพ็ญพรตมานานจนถึงเพียงนี้ จะยังมีบาปอะไรอยู่อีก จึงได้ถามออกไป นกตัวผู้จึงได้ตอบว่า บาปเพราะไม่มีลูกไว้สืบสกุล พระฤษีได้ดังนั้นจึงได้ทำกองกูณฑ์ (ไฟ) ทำพิธีชุบนางหนึ่งขึ้นมาให้ชื่อว่า กาลอัจนา แล้วได้สมสู่กับนางจนมีธิดาหนึ่งคน ชื่อ สวาหะ ต่อมาพระอินทร์และพระอาทิตย์ คิดจะแบ่งฤทธิ์ของตนออกมาเพื่อสร้างทหารเอกให้กับพระราม จึงได้ลอบลงมาเป็นชู้กับนางกาลอัจนาจนมีโอรสสององค์ พระฤษีโคดมไม่รู้ก็เลี้ยงลูกทั้งสามมาด้วยความรักใคร่ จนกระทั่งวันหนึ่ง...

                               ให้อาวรณ์ร้อนรนกระวนกาย                   ดังจะวายชีวังสังขาร์

                               คิดจะใคร่ไปสรงคงคา                          ในท่านมหาวารี

                               จึ่งอุ้มลูกน้อยเบื้องขวา                         พี่ยาขี่หลังพระฤษี

                               มือซ้ายจูงราชบุตรี                             จรลีไปตามคงคาฯ

          นางสวาหะเห็นดังนั้นก็บ่นออกมาด้วยความน้อยอกน้อยใจว่า ทีลูกคนอื่นทั้งอุ้มทั้งให้ขี่หลังส่วนลูกของตนกลับให้เดิน พระฤษีได้ยินดังนั้นก็นึกสงสัย จึงได้สอบถามเอาความจริง นางสวาหะจึงได้บอกว่า ขณะที่พ่อไม่อยู่มีชายเข้ามาหาแม่ในอาศรมสองครั้งสองคน พระฤษีได้ยินดังนั้นก็โกรธ จึงได้เสี่ยงทายโดยการโยนเด็กทั้งสามลงน้ำพร้อมกับอธิษฐานว่า...

                               แม้นว่าสามเจ้านี้เป็นเนื้อ                       เชื้อสายโลหิตของข้า

                               จะทิ้งออกไปกลางคงคา                         จงว่ายกกลับมาทันใด

                               แม้นเป็นลูกชายอื่น                            อย่าให้ว่ายคืนเข้ามาได้

                               จงเป็นสวาวานรไพร                            เสี่ยงแล้วขว้างไปทันทีฯ

          คงมีแต่นางสวาหะคนเดียวเท่านั้นที่ว่ายน้ำกลับมา พระฤษีโคดมเมื่อกลับมาถึงอาศรม เห็นนางกาลอัจนาก็โกรธได้ด่าว่าและสาปนางให้กลายเป็นศิลาจมอยู่ในมหาสมุทรอย่าได้ผุดได้เกิด จนกว่าพระนารายณ์อวตารลงมาแล้วเอาแผ่นศิลานี้จองถนนข้ามไปยังกรุงลงกาเพื่อปราบยักษ์จึงจะพ้นคำสาป

          ฝ่ายโอรสของพระอาทิตย์และพระอินทร์ เมื่อถูกสาปให้กลายเป็นวานรก็เข้าไปอยู่ในป่าได้รับความลำบากยิ่งนัก พระอินทร์เมื่อรู้เข้าก็รีบลงมาเนรมิต กรุงขีดขินให้อยู่ และได้ตั้งชื่โอรสของพระอินทร์ว่า กากาศ (พาลี) โอรสของ พระอาทิตย์ว่า สุครีพ เป็นอุปราช พระอิศวรทรงทราบได้เอาเหงื่อไคล ของพระองค์ชุบวานรขึ้นมา และให้ชื่อว่า ชมพูพาน และให้ไปอยู่ที่กรุงขีดขินด้วย

          นางกาลอัจนาเมื่อถูกพระฤษีโคดมสาป และรู้ว่านางสวาหะลูกสาวเป็นผู้บอกความลับจึงต่อว่านางด้วยความแค้นว่าไม่รู้จักบุญคุณที่ได้เลี้ยงดูมาจึงได้สาปนางสวาหะไปยืนตีนเดียวเหนี่ยวกินลมอยู่ที่เชิงเขาจักรวาล เมื่อใดมีลูกเป็นวานรที่มีฤทธิ์แกล้วกล้าแล้วจึงจะพ้นคำสาป พระอินทร์ทรงทราบจึงคิดที่จะสร้างทหารเอกให้กับพระราม จึงได้สั่งให้พระพายนำเทพอาวุธ คือ ตรี จักร และคทา ไปซัดเข้าปากนางสวาหะ นางสวาหะตั้งครรภ์อยู่ได้สิบสามเดือน เมื่อถึงกำหนด

                               ครั้นได้ศุภฤกษ์ยามดี                           พระรวีหมดเมฆแสงฉาน

                               ปีขาลเดือนสามวันอังคาร                      เยาวมาลย์ก็คลอดโอรส

                               เป็นวานรผู้เผ่นออกทางโอษฐ์                  เผือกผ่องไพโรจน์ทั้งกายหมด

                               ใหญ่เท่าชันษาได้โสฬส                       อลงกตดั่งดวงศศิธร ฯ

          พระพายจึงได้ตั้งชื่อลูกว่า หนุมานชาญสมร ได้แบ่งฤทธิ์และกำลังกายให้กับลูก ส่วนนางสวาหะได้เข้ามาจูบกอดลูกด้วยความรักและอาลัยที่ไม่อาจอยู่เลี้ยงลูกได้ ก่อนจากกันได้สั่งลูกว่า

                               จงฝากกายพระพายเทเวศ                     ซึ่งเป็นบิตุเรศเรืองศรี

                               อันกุณฑลขนเพชรเขี้ยวมณี                  ที่มีในกายของลูกรัก

                               ถ้าว่าผู้ใดมาทายทัก                           ท่านนั้นนารายณ์ทรงจักร

                               อวตารลงมาผลาญยักษ์                        เจ้าจงสามิภักดิ์กับบาทา ฯ

 

 

Page >>1 >>2 >>3 >>4 >>5 >>6 >>7 >>8 >>9 >>10 >>11 >>12 >>13 >>14 >>15